สำหรับ ผู้ที่จะเรียนต่อต่างประเทศ

เรียน ILETS มีหลายหลักสูตร ให้เลือก คนกว่า ครึ่งแสน เรียน IELTS ที่ KAPSTAR
จะสอบ ILETS เลือกเรียน ที่รับรองผล ดีกว่า
เรียน SAT เลือกลงทะเบียน ล่วงหน้า รับส่วนลด ทันที 1000 บาท
สอบ SAT มีทั้งแบบ ทดสอบภาษาอังกฤษ และ คณิตศาสตร์ อื่นๆ ต้องวางแผน ให้ดี

รถหรู 5 ประเภทที่แข้งเมืองผู้ดีนิยมใช้

อังกฤษถือเป็นเมืองทางยุโรปที่เป็นตลาดใหญ่ของรถดังหลายรูปแบบนักฟุตบอลมีรายได้มากที่สุดก็ที่นี่

มีเงินก็ต้องใช้ให้คุ้ม ไม่แปลกหลอกครับที่นักเตะดังๆหลายคนของลีกอังกฤษจะมีรถหรูในราคาที่แพงแสนแพง ก็เพราะค่าเหนื่อยของนักเตะแต่ละคนนั้น ถ้าเอามานับรวมกันคงได้ราวๆหนึ่งกองภูเขาใหญ่ การจะซื้อรถหรูๆ สักคันไม่ใช่เรื่องยาก วันนี้เราจะพาทุกท่านมาดู รถหรู 5 ประเภทที่แข้งเมืองผู้ดีนิยมใช้กันครับ
1. Range Rover Sport (เรนจ์ โรเวอร์ สปอร์ต) รถหรูประเภทแรกถือได้ว่าเป็นรถที่มี option ครบเครื่องเหมาะสำหรับไว้ไปเที่ยวหรือปิกนิก ซึ่งนักแตะที่ใช้รถประเภทนี้ได้แก่ เวนย์ รูนีย์, ไรอัน กิกส์, จอห์น เทอร์รี
ราคารวม : 5.1 ล้านบาท
ความเร็วสูงสุด : 140 ไมล์ ต่อชั่วโมง
ความแรง : 385 แรงม้า
2. Porsche Cayenne (พอร์ช คาเยน) รถหรูประเภทที่สอง รุ่นนี้มีไว้สำหรับนักซิ่งด้วยอัตราเร่งสูงสุด 173 ไมล์ ต่อชั่วโมง ซึ่งนักแตะที่ใช้รถประเภทนี้ได้แก่ สตีเวน เจอร์ราร์ด, โรบิน ฟาน เพอร์ซี, และยายา ตูเร
ราคารวม : 4.5 ล้านบาท
ความเร็วสูงสุด : 173 ไมล์ ต่อชั่วโมง
ความแรง : 550 แรงม้า
3. Audi Q7 (ออดี คิว 7) รถหรูประเภทที่สาม เป็นอีกรุ่นที่แข้งผู้ดีชอบใช้ คือ หลุยส์ นานี, เฟร์นานโด ตอร์เรส, และริโอ เฟอร์ดินานด์
ราคารวม : 4.7 ล้านบาท
ความเร็วสูงสุด : 155 ไมล์ ต่อชั่วโมง
ความแรง : 500 แรงม้า
4. Aston Martin DB9 (แอสตัน มาร์ติน ดีบี 9) รถหรูประเภทที่สี่ โดยรูปทรงที่ฉูดฉาด หรูหราที่สาวๆต้องเหลียวมอง โดนใจแข้งผู้ดีไปหลายราย เช่น ฆวน มาตา และแฟรงค์ แลมพาร์ด
ราคารวม : 6.4 ล้านบาท
ความเร็วสูงสุด : 190 ไมล์ ต่อชั่วโมง
ความแรง : 470 แรงม้า
5. Bentley Continental (เบนท์ลีย์ คอนติเนนตัล) รถหรูประเภทสุดท้าย เป็นรถที่มีผู้คนนิยมใช้กันมากที่สุดในประเทศอังกฤษ โดยถูกใจเหล่านักแตะอย่าง ดาบิด ซิลบา, ซามูเอล เอโต, และวิคเตอร์ โมเซส ด้วยครับ
ราคารวม : 6.6 ล้านบาท
ความเร็วสูงสุด : 195 ไมล์ ต่อชั่วโมง
ความแรง : 200 แรงม้า

รถแพงที่สุด 2013

10 อับดับรถหรูราคาแพง 2013 ราคานี้เป็นราคาซื้อขายกันระหว่างดีลเลอร์กับผู้ขายไม่รวมภาษี ไม่นับรวมกับการประมูลเพราะไม่สามารถตีราคาที่แท้จริงได้

–      รถหรูอันดับที่ 1 ได้แก่ มายบัค เอ็กซ์เซเลโร่ (Maybach Exelero)  โดยมีราคาถึง 8 ล้านเหรียญสหรัฐหรือ ประมาณ 240 ล้านบาท เป็นรถหรูจากเยอรมันผลิตคันเดียวเท่านั่น สามารถวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดที่ 350กม./ชม. แม้มีน้ำหนักถึง 2,600 กิโลกรัม

–      รถหรูอันดับที่ 2 ได้แก่ โรลส์-รอยซ์ ไฮเปอเรียน พินินฟารินา (Rolls-Royce Hyperion Pininfarina) ด้วยราคา 7 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 210 ล้านบาท ออกแบบโดยสำนักออกแบบพินินฟารินา

–      รถหรูอันดับที่ 3 ได้แก่ โคอีนิกเซ็ก ซีซีเอ็กซ์อาร์ ทรีวิตา (Koenigsegg CCXR Trevita) ด้วยราคา 4.85 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 145.5 ล้านบาท มีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 400 กม./ชม. มีอัตราเร่งที่ 0-100 กม./ชม.ในเวลาเพียง 2.9 วินาที

–      รถหรูอันดับที่ 4 ได้แก่ เฟอร์รารี่ P4/5 พินินฟารินา (Ferrari P4/5 Pininfarina) ด้วยราคาราคา 4.8 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 144 ล้านบาท ออกแบบโดยสำนักออกแบบพินินฟารินา ความเร็มสูงสุดอยู่ที่ 375 กม/ชม. อัตราเร่งที่ 0-100 กม/ชม. ในเวลา 3 วินาที

–      รถหรูอันดับที่ 5 ได้แก่ เฟอร์รารี่ เอสพี 12 อีริค แคลปตัน (Ferrari SP12 EC) ราคา 4.7 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 141 ล้านบาท โดยผลิตเพียงคันเดียวให้แก่ อีริค แคลปตัน มือกีตาร์ชื่อดังของโลก

–      รถหรูอันดับที่ 6 ได้แก่ ลัมบอร์กินี เวเนโน (Lamborghini Veneno) ด้วยราคาราคา 4 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 120 ล้านบาท ความเร็วมสูงสุดอยู่ที่ 354 กม/ชม. มีอัตราเร่งตั้งแต่ 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.8 วินาทีเท่านั่น

–      รถหรูอันดับที่ 7 บูกัตติ เวย์รอน 16.4 ซูเปอร์สปอร์ต แซง นอร์ (Bugatti Veyron 16.4 Super Sport Sang Noir) ด้วยราคา 3.4 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 102 ล้านบาท เป็นรถที่มีความเร็วสูงสุดที่ทำลายสถิติโลกในปี 2010 ด้วยความเร็ว 434 กม./ชม

–      รถหรูอันดับที่ 8 ได้แก่ ดับบลิว มอเตอร์ ไลแคน ไฮเปอร์สปอร์ต (W Motor Lykan Hypersport) ราคา 3.4 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 102 ล้านบาท โดยความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 395 กม./ชม. โดยมีอัตรเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายในเวลา 2.8 วินาที

–      รถหรูอันดับ 9 ได้แก่ เซนโว เอสที 1 (Zenvo ST1) ราคา 1.8 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 54 ล้านบาท โดยรถเซนโว เอสที 1ผลิตเพียง 15 คันเท่านั่น ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 375 กม/ชม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชมภายใน 3 วินาที

–      รถหรูอันดับ 10 ได้แก่ ชัปพัน 962 ซีอาร์ (Schuppan 962CR) ราคา 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 45 ล้านบาท มีความเร็วสูงสุดที่ 370 กม./ชม. และมีอัตราเร่ง 0-100 กม./ม.ภายใน 3วินาที

maybach-exeleroRollsRoyce_PininfarinaHyperion1

ประเทศที่มาของรถนำเข้า

ประเทศและแหล่งที่มาของรถนำเข้า

ประเทศและแหล่งที่มาของรถ  สำหรับตลาดรถนำเข้าบ้านเรานั้น  มักจะมีที่มาเหมือนๆ กัน  ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากลักษณะของรถที่เหมาะสมกับบ้านเรา  และแหล่งผลิตรถที่เข้าถึงง่าย  ไม่มีปัญหาเรื่องภาระและค่าใช้จ่ายในการขนส่งมากจนเกินไป เช่น ประเทศญี่ปุ่น ประเทศสิงคโปร์ หรือ ประเทศอังกฤษ

พวกรถนำเข้าที่จำหน่ายบ้านเราสามารถแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ๆ  ได้สองพวก  อย่างแรกจะเป็นรถจากประเทศญี่ปุ่น  ซึ่งในส่วนของตัวรถไม่มีปัญหาเพราะเป็นรถพวงมาลัยขวาโดยกำเนิดอยู่แล้ว  เกือบทั้งหมดหรือส่วนใหญ่จะนิยมสั่งกับทางประเทศญี่ปุ่นโดยตรง เช่น Toyota Vellfire หรือ Toyota Alphard  จากการซื้อรถกับดีลเลอร์ที่จำหน่ายรถญี่ปุ่นยี่ห้อต่างๆ  โดยทางดีลเลอร์รถจะเป็นผู้จัดการให้  สำหรับรถที่สั่งมาจากทางญี่ปุ่นอาจจะมีปัญหาบ้างเกี่ยวกับตัวรถ  เพราะเป็นรถที่ทำเอาไว้ใช้ในญี่ปุ่น  พวกตัวหนังสือแนะนำรถและอุปกรณ์ที่ใช้มักจะเป็นภาษาญี่ปุ่น  ไม่เหมือนพวกรถส่งออกที่จะใช้ภาษาอังกฤษเป็นพื้น  ส่วนเรื่องล็อคความเร็วที่  180  กม./ชม.  ปัจจุบันแก้ไขได้สบายจึงไม่ใช่ปัญหาในการเลือกใช้และเราสามารถดูได้ที่โชว์รูมรถนำเข้า ทั่วไปได้ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ

สำหรับรถ LEXUS บางทีก็หาเอาใกล้บ้านเรานี่แหละ  โดยนำเข้ามาจากสิงคโปร์ เพราะที่นั่นเป็นดีลเลอร์ใหญ่แถวภูมิภาคนี้  อาศัยอยู่ไม่ไกลก็สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายและเวลาในการขนส่งลงได้เยอะเหมือนกัน

ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งก็เป็นพวกรถยุโรปซึ่งเมนหลักก็มักจะเป็นพวกรถ  BENZ เช่น รุ่น ML-250  ซึ่งมีจำหน่ายมากมายและหลากหลายรุ่น  รองลงมาก็เป็นพวก BMW รถหรู ซึ่งมักจะหนักไปในทางรถสปอร์ตหรือพวกตัวพิเศษซะมากกว่า  แล้วก็รถที่จำหน่ายได้เกินคาดก็พวกรถหรูหน้าเป็นห่วง AUDI ส่วนรถที่ขายดีแบบเงียบๆ ก็จะเป็นพวก  PORSCHE รุ่น New Boxster  และรุ่นอื่น ที่ปีนึงจะมีตัวเลขจำหน่ายได้ถึง  200 กว่าคันรถเหล่านี้มีพื้นฐานเป็นรถพวงมาลัยซ้าย  ดังนั้นหากต้องการรถพวงมาลัยขวา  แหล่งซื้อใหญ่ก็เป็นการนำเข้าจากประทศอังกฤษ

นอกเหนือจากนี้ก็ยังมีรถยุโรปยอดนิยมอีกเยอะ  ที่ทางบริษัทรถนำเข้ากล้าเอามาชนกับทางบริษัทใหญ่  ไม่ว่าจะเป็นพวก MINI Cooper หรือแม้กระทั่งเหล่าบรรดาซูเปอร์คาร์เอ็กโซติคคาร์ราคาแสนแพงไฮโซขนาดไหนก็มีขายให้เกลื่อน

เทรนตลาดรถยนต์ ปี 2014

มีเวลาอีก 3 ปีที่ตลาดรถยนตืในเมืองไทยจะเติบโตอย่างสม่ำเสมอหรือจะสูงขึ้นโดยมียอดจำหน่ายอยู่ที่ปีละ 1.2-1.3ล้านคัน

โดยถ้าปี 2016  ราคาของรถยนต์สูงขึ้น เพราะใช้อัตราภาษีใหม่ แต่อายุของรถที่จะได้รับการปรับโฉม เปลี่ยนแปลงและในแต่ละปีตลาดรถยนต์ในเมืองไทยมีรถยนต์รุ่นใหม่ออวดโฉมให้เห็นทั้งปี  2014 จะมีรุ่นไหนบ้างที่จะเปิดตัว รุ่นไหนที่คุณกำลังมองหา รถยนต์คันไหนเหมาะกับเรา เป็นปีที่ตลาดรถยนต์สนุกยิ่งขึ้น จะมาอวดโฉม กระตุ้นกิเลสของคุณให้อยู่นิ่งไม่ได้แน่นอน มีทั้งราคาเบาเบา ราคาสูง รถกระบะใช้งาน  อีโคคาร์น่ารัก มาดูกัน

AUDI  >>  เราได้เห็น ออดี้ Q3และ  Q5 มาแล้วปีหน้า 2014 เปิดตัว  Q7 ใหม่ วิ่งบนถนนเมืองไทย สำหรับรุ่นอื่นที่ราคาสูงเช่น RS ก็หาตัวจับยากเช่นกัน

BENTLEY >> นอกจากรุ่นคอนติเนลตัล GT ใหม่ทั้งเครื่องยนต์ V8 สูบ และแบบ W12 สูบทวินเทอร์โบ 6.0 ลิตร กำลังมากกวว่า600 แรงม้า รุ่นที่ต้องจับตาดูว่าเมื่อไหร่จะผลิต ถ้ามีการวางจำหน่ายในโลก ประเทศไทยมมีด้วยแน่นอน

BMW  รถหรูแห่งปีนี้เราได้เห็น เค้าเปิดตัว 320d  แกรนทัวริสโม่ GT กับคูเป้ 420d ไปแล้ว ปีหน้าจะเป็นของ BWM series 5  และ 7  ที่มีการปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์  ส่วนรุ่นใหม่เลยที่มีความเป็นไปได้คือ series 2 ที่คล้ายกับ series 3 แต่มีความล้ำสมัยกว่า

MINI  ปีนี้ค่าบมินิบุกหนัก มีรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลให้เลือกถึง 8 รุ่น ในมินิทั้ง 3 รูปแบบตัวถังสำหรับรุ่นใหม่มาแน่แน่ Mini Cooper

PORSCHE  นอกจาก ปอร์เชร์ รุ่นพานาเมร่า ดีเซลและ รุ่น S E-Hybrid กำลัง 416 แรงม้า ด้วยเครื่องยนต์เบนซิล วี6 สูบ 3.0 ลิตร ไบเทอโบ วิ่งได้ความเร็วสูง 135 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง เป็นระยะทาง 20-36 กิโลเมตร รุ่นใหม่ที่ได้รับความนิยมและมีความน่าสนใจมาก คือ PORSCHE 911 เทอร์โบ S ใหม่ 550 แรงม้า ขับเคลือน 4 ล้อ เลี้ยว 4 ล้อ สามารถชมได้ที่โชว์รูมรถนำเข้า

MERCEDES-BENZ  เมอร์ซีเดสเบนซ์ CLA ยังคงมียอดจองเป็นจำนวนพันกว่าคัน แต่สำหรับรุ่น GLA ที่ขับขี่ลุยไดมากกว่า เตรียมจำหน่ายในเมืองไทยด้วย โดยที่สำคัญปีหน้าเป็นการเปิดตัวของ เบนซ์ C-Class โฉมโมเดลใหม่ที่จะวางจำหน่ายทั่วโลกและที่เมืองไทย ที่วางจำหน่ายอยู่แล้ว ML 250 ก็ยังนิยมอยู่ไม่น้อย

TOYOTA  ปีนี้เป็นปีของอีโคคาร์ รุ่นยาริส ในปีหน้าจะเป็นปีของ โคโลร่า โมเดลใหม่ ที่ใช้ฐานล้อยาวถึง 2,700 มิลลิเมตร หมายความว่าตัวถังรถ ห้องโดยสารมีขนาดใหญ่ขึ้น  รวมถึงการเปิดตัวปิกอัพ โมเดลใหม่ที่ลดขนาดของเครื่องยนต์ เพื่อประหยัดพลังงานมากขึ้น ลดมลพิษ เราจะได้เห็นเทรนของรถดีเซลเครื่องยนต์ 2.4 ลิตรเทอโบ และ 2.8 ลิตร เทอโบของโตโยต้าที่เน้นเรื่องความทนทานเป็นพิเศษ โดยพลาดไม่ได้กับปีนี้ TOYOTA VellFire และ TOYOTA Alphard รถครอบครัวที่ชนะขนาดทั้งราคาและประโยชน์ใช้สอย

NISSAN  นอกจากนิสสันเทียน่าใหมม่ ที่เปิดตัวในช่วงปลายเดือนตุลาคม รถนิสสันที่คนไทยจะได้เห็นถัดจากนี้ไปจะมีรถอีกสองรุ่น ที่จะนำมาจำหน่ายในเมืองไทย คือ รุ่น เอ๊ก เทรลใหม่ ที่เลปี่ยนเพื่อให้ดูดีขึ้น รวมถึง รถปิกอัพ ใหม่ของนิสสัน ที่รูปโฉมจะมีส่วนคล้ายดีไซด์ของ เอ๊กเทรลหใม่มากขึ้น เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร เทอร์โบ ใหม่ จะให้กำลังอยู่ที่ 161-169 แรงม้าเน้นการประหยัดน้ำมัน เน้นการส่งจำหน่ายทั่งโลก และมีความเป็นไปได้ที่จะผลิตรถ PPV ออกมาอีก

ประวัติ รถ Mini Cooper

Mini cooper  ไม่มีใครไม่ชอบเธอ 

               หากพูดถึงรถหรูขนาดเล็ก น่ารัก โดนใจวัยรุ่นทั้งหลายแล้วคงหนีไม่พ้น รถยอดนิยมที่ชื่อ mini cooper  ซึ่งมีประวัติความเป็นมาคร่าวๆดังนี้ครับ รถมินิ  คือรถขนาดเล็กที่ผลิตขึ้นโดย บริติชมอเตอร์คอร์ปอเรชัน (บีเอ็มซี) ได้รับการประสบความสำเร็จตั้งแต่ปี ค.ศ. 1959 จนกระทั่ง 2000 เป็นรถที่โด่งดังที่สุดที่ผลิตโดยชาวอังกฤษ ต่อมาได้มีการเข้าแทนที่โดยรถนิวมินิ ที่ออกมาในเดือนเมษายน ค.ศ. 2001 จากบีเอ็มดับบลิว บริษัทแม่ในปัจจุบันของ บีเอ็มซี  ซึ่งรถมินิในแบบดั้งเดิมถือเป็นสัญลักษณ์ในช่วงยุคทศวรรษ 1960 เป็นรถประหยัดพื้นที่ ขับเคลื่อนด้วยล้อหน้าซึ่งได้รับความนิยมมากในสมัยนั้น และยังมีอิทธิพลต่อการผลิตรถยนต์ในรุ่นต่อมา ในบางครั้งได้รับการพิจารณาว่าเทียบเท่ากับรถเยอรมันอย่าง รถเต่าโฟล์คสวาเกน ที่ได้รับความแพร่หลายในอเมริกาเหนือ ลักษณะเด่นของรถมินิคือมี 2 ประตู ออกแบบโดย เซอร์ อเล็ก อิซซิโกนิส มีการผลิตที่โรงงานในลองบริดจ์และคาวลีย์ ในสหราชอาณาจักร และได้มีการขยายโรงงานออกไปอีกมากมายหลายสาขาเช่น  โรงงานในวิกตอเรียปาร์ก/เซ็ตแลนด์ ของ บริติชมอเตอร์คอโปเรชัน (ออสเตรเลีย) ที่ซิดนีย์ ออสเตรเลีย และต่อมาในสเปน (Authi), เบลเยี่ยม, ชิลี, อิตาลี ,โปรตุเกส  เป็นต้น ในส่วนของมินิประเทศไทยนั้นได้มีการเปิดตัวมินิเครื่องยนต์ดีเซลใหม่ ภายใต้รหัส คูเปอร์ ดี และคูเปอร์ เอสดี เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ด้วยเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล 4 สูบแถวเรียง 2.0 ลิตร พร้อมเทอร์โบแปรผันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมันได้สูงสุดถึง 19.6 กิโลเมตร / ลิตรสำหรับ คูเปอร์ ดี ในรุ่นแฮ็ทช์แบค 3 ประตู  โดยเครื่องยนต์ดังกล่าวได้รับการพัฒนาเทคโนโลยีมาจากพื้นฐานของเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล 4 สูบ 2.0 ลิตรที่ผลิตจากวัสดุอลูมิเนียมน้ำหนักเบาพร้อมด้วยเทคโนโลยีอัดอากาศแบบเทอร์โบแปรผันที่ให้กำลังได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกช่วงของรอบเครื่องยนต์ ทำให้มีอัตราการประหยัดเชื้อเพลิงเป็นเยี่ยมถึง 19.6 กิโลเมตร / ลิตร และให้แรงบิดสูงสุด 270 นิวตัน-เมตร ที่ 1,750-2,250 สำหรับ คูเปอร์ ดี ในรุ่นแฮ็ทช์แบค 3 ประตูและสำหรับ คูเปอร์ เอสดี ในรุ่นแฮ็ทช์แบค 3 ประตูนั้น มีอัตราการประหยัดเชื้อเพลิงอยู่ที่ 18.9 กิโลเมตร / ลิตร และให้แรงบิดสูงสุดถึง 305 นิวตัน-เมตร ที่ 1,750-2,700 รอบ ทำให้มินิคูเปอร์ เอสดี เป็นรถที่มีพละกำลังเมื่อเทียบกับรถยนต์ในขนาดเดียวกัน  นอกจากนี้ แล้วเครื่องยนต์ดีเซลเจนเนอเรชั่นใหม่ของมินิยังได้รับการปรับปรุงเพื่อลด vibration และลดเสียงจากห้องเครื่องยนต์ได้ดีขึ้น ทำให้เครื่องเดินเงียบได้เป็นอย่างดี ปราศจากอาการสั่นของเครื่องยนต์ดีเซลแบบทั่วไป  ซึ่งตัวรถมินิในประเทศไทยนั้นถือว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากดีไซด์ ที่น่ารักเหมาะกับทุกเพศทุกวัย จึงทำให้รถ Mini Cooper นั้น ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในขณะนี้ครับ

cpap mask
พิมพ์แคตตาล็อก
แก้นอนกรน
ฉากกั้นห้อง
วิธีแก้นอนกรน
พิมพ์กล่องกระดาษ
มู่ลี่
มุ้งจีบ
ที่กั้น
เหล็กดัด